เมื่อ 25 ปีที่แล้ว อินเดียเคยอนุญาตข้าวดัดแปลงพันธุกรรมและเตรียมพร้อมที่จะเป็นผู้ริเริ่มนวัตกรรมทางวิศวกรรมชีวภาพพืชของประเทศกำลังพัฒนา แต่เกิดอะไรขึ้น?วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2568

ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 แปลงเพาะปลูกของอินเดียมีทีท่าว่าจะกลายเป็นห้องปฏิบัติการแห่งอนาคต เมื่อฝ้ายดัดแปลงพันธุกรรมได้รับการอนุมัติในปี พ.ศ. 2545 (ค.ศ 2002) ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้มีความเป็นไปได้
อย่างไรก็ดี มีนวัตกรรมเพียงไม่กี่อย่างที่ก่อให้เกิดการถกเถียงกันทั่วโลกค่อนข้างมาก เช่น ข้าวสีทอง ซึ่งได้รับการพัฒนาให้ผลิตเบตาแคโรทีน (beta-carotene) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ โดยในประเทศฟิลิปปินส์ ข้าวสีทองถูกมองว่าเป็นอาวุธที่มีศักยภาพในการต่อสู้ภาวะขาดวิตามินเอ ที่ทำให้เด็กตาบอดได้ และในอินเดียก็เช่นกัน มีเด็กหลายล้านคนที่กำลังทุกข์ทรมานจากการขาดสารอาหาร อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการทดลองอย่างกว้างขวาง ข้าวสีทองก็ไม่เคยได้สัมผัสกับแสงสว่างในอินเดียเลย
เหตุผลเบื้องหลังในความลังเลของอินเดียนั้นซับซ้อนหลายระดับ ในระดับหนึ่ง เป็นเรื่องของความไว้วางใจ เนื่องเพราะอาหารในอินเดียถูกมองด้วยความสงสัยอยู่แล้ว และผู้บริโภคยังกังวลเกี่ยวกับสารป้องกันกำจัดแมลงศัตรู การปนเปื้อน รวมทั้งสีสังเคราะห์ และเมื่อมีการติดฉลากว่า “ดัดแปลงพันธุกรรม” ย่อมก่อให้เกิดความไม่สบายใจ
ในอีกแง่มุมหนึ่ง ภาวะชะงักงันเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งคณะกรรมการประเมินวิศวกรรมพันธุกรรม (Genetic Engineering Appraisal Committee) อาจเสนอแนะให้อนุญาต แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายมักขึ้นอยู่กับกระทรวงต่าง ๆ ที่ระมัดระวังการต่อต้านจากสาธารณชน ผลที่ตามมาคือการตรึงกฎระเบียบ (การห้ามปลูกเชิงพาณิชย์) มาหลายทศวรรษ ซึ่งนั่นคือ “วิทยาศาสตร์พูดอย่างหนึ่ง แต่การเมืองตัดสินอีกอย่างหนึ่ง”
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.news18.com/explainers/how-cotton-became-indias-only-gm-success-story-but-why-nothing-else-skn-9518468.html?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTEAAR4bIgHpIe50bfP6JMR9yw_-nb02RjzWx1T1RkVlLArz5Ys91LkjuiXkYzLeYA_aem_o_IGxNoRdYAbxU7q-yWpWg#goog_rewarded
ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล เพจ Facebook : Biotechnology Alliance Association (BAA)